พจนานุกรมศัพท์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หลายรายวิชา อ่านแบบEbook ได้แล้วที่meb
The Dictionary of International Relations Terms is now available as an Ebook on Meb.
พจนานุกรมศัพท์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หลายรายวิชา อ่านแบบEbook ได้แล้วที่meb
The Dictionary of International Relations Terms is now available as an Ebook on Meb.
เขตแดน (Boundary) หรือ แนวพรมแดน (Border) หมายถึง เส้นหรือขอบเขตทางภูมิศาสตร์ที่ใช้กำหนดพื้นที่ซึ่งรัฐหนึ่งมีอำนาจอธิปไตยและสามารถใช้อำนาจศาล (Jurisdiction) ในการบริหาร ปกครอง และบังคับใช้กฎหมายเหนือดินแดนนั้น
แนวคิดเรื่องเขตแดนมิได้จำกัดเฉพาะพื้นผิวแผ่นดินเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงอาณาเขตทั้งหมดของรัฐ ได้แก่
ในยุคปัจจุบัน แนวคิดเรื่องเขตแดนยังขยายไปถึง เขตแดนทางทะเล เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone: EEZ) พื้นที่ไซเบอร์ และความมั่นคงทางดิจิทัล ซึ่งกลายเป็นมิติใหม่ของภูมิรัฐศาสตร์
เขตแดนของรัฐอาจเกิดขึ้นจากหลายวิธี ได้แก่
เป็นวิธีที่พบมากที่สุด โดยรัฐคู่กรณีตกลงกำหนดแนวเขตแดนร่วมกันผ่านสนธิสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างประเทศ
เมื่อรัฐไม่สามารถตกลงกันได้ อาจนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเพื่อให้มีคำตัดสินที่ยอมรับร่วมกัน
เช่น การนำข้อพิพาทด้านเขตแดนเข้าสู่การพิจารณาของ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (International Court of Justice: ICJ)
ประชาชนในพื้นที่อาจมีส่วนร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับสถานะทางการเมืองหรือการเปลี่ยนแปลงเขตแดน
เช่น การกำหนดเขตแดนภายใต้กระบวนการขององค์การสหประชาชาติในบางกรณี
ในอดีต เขตแดนจำนวนมากเกิดจากผลของสงคราม การยึดครอง หรือการทำสนธิสัญญาหลังสงคราม
เขตแดนสามารถแบ่งตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และการเมือง ดังนี้
เป็นเขตแดนที่อาศัยลักษณะทางธรรมชาติเป็นแนวแบ่ง เช่น
ตัวอย่างเช่น เขตแดนที่ใช้แม่น้ำเป็นแนวแบ่งระหว่างประเทศ ซึ่งมีข้อดีคือสามารถมองเห็นได้ชัดเจน แต่ก็อาจเกิดปัญหาเมื่อแนวแม่น้ำเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ
เป็นเขตแดนที่สัมพันธ์กับความแตกต่างของ
ตัวอย่างสำคัญคือ การแบ่งแยกระหว่างอินเดียและปากีสถานในปี ค.ศ. 1947 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความแตกต่างทางศาสนาและอัตลักษณ์ของประชาชน
เป็นเขตแดนที่เกิดจากกระบวนการทางการเมืองในอดีต เช่น การแบ่งดินแดนของมหาอำนาจอาณานิคมยุโรปในทวีปแอฟริกา
เขตแดนลักษณะนี้หลายแห่งไม่ได้สอดคล้องกับการกระจายตัวของชาติพันธุ์หรือวัฒนธรรม ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งภายหลังการได้รับเอกราช
เป็นเขตแดนที่กำหนดขึ้นโดยคำนึงถึงความมั่นคงและดุลอำนาจทางทหาร เช่น
เขตแดนเป็นเครื่องหมายแสดงขอบเขตอำนาจของรัฐ และเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของความเป็นรัฐสมัยใหม่ ประกอบด้วย
รัฐใช้เขตแดนเป็นแนวป้องกันภัยคุกคามจากภายนอก เช่น
อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของเขตแดนเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีทางทหาร
ในอดีต ภูเขา แม่น้ำ และพื้นที่ธรรมชาติอาจเป็นปราการสำคัญ แต่ในยุคปัจจุบัน อาวุธระยะไกล ดาวเทียม ขีปนาวุธ และสงครามไซเบอร์ ทำให้ความหมายของเขตแดนเปลี่ยนไป
เขตแดนเกี่ยวข้องกับ
โดยเฉพาะข้อพิพาทเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจจำเพาะทางทะเล ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นในศตวรรษที่ 21
เขตแดนเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของความขัดแย้งระหว่างรัฐ ตัวอย่างเช่น
ข้อพิพาทเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า เขตแดนไม่ได้เป็นเพียงเส้นบนแผนที่ แต่เกี่ยวข้องกับ
แม้โลกปัจจุบันมีการเชื่อมโยงกันมากขึ้น แต่เขตแดนยังคงมีความสำคัญ เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบจากการควบคุมพื้นที่ทางกายภาพไปสู่การควบคุมและบริหารจัดการพื้นที่รูปแบบใหม่ เช่น
มีความสำคัญต่อการควบคุม
รัฐสมัยใหม่ต้องปกป้องพื้นที่ดิจิทัล เช่น
ปัญหา เช่น
ทำให้รัฐต้องร่วมมือกันมากขึ้น
Boundaries (เขตแดน, แนวพรมแดน) คือ ขอบเขตทางภูมิศาสตร์และการเมืองที่กำหนดพื้นที่แห่งอำนาจอธิปไตยของรัฐ ครอบคลุมทั้งพื้นดิน น่านน้ำ น่านฟ้า และทรัพยากรใต้ดิน เขตแดนเป็นทั้งสัญลักษณ์ของเอกราช ความมั่นคง และผลประโยชน์แห่งชาติ ขณะเดียวกันก็เป็นสาเหตุสำคัญของข้อพิพาทระหว่างประเทศ ในศตวรรษที่ 21 ความหมายของเขตแดนได้ขยายจากพื้นที่ทางกายภาพไปสู่มิติใหม่ ได้แก่ เขตแดนทางทะเล เขตแดนไซเบอร์ และความมั่นคงข้ามพรมแดน ซึ่งทำให้การบริหารจัดการเขตแดนกลายเป็นประเด็นสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์ร่วมสมัย
=================================
📚 สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์ทองใบ
คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ eBook
ได้ทันทีผ่านลิงก์ร้านขายหนังสือในMeb Market
หนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ทองใบ เรียบเรียงโดย
พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร อ่านง่าย ได้สาระ ค้นคว้าอ้างอิงได้
เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป
Hashtag แนะนำ
#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ
#Ebookไทย
#หนังสือดีบอกต่อ
#หนังสือออนไลน์
#MebMarket
#อ่านหนังสือ
#รักการอ่าน
#พัฒนาตนเอง
#ความรู้รอบตัว
#พระพุทธศาสนา
#ประวัติศาสตร์
#เศรษฐศาสตร์
#หนังสือวิชาการ
#หนังสือสารคดี
#Ebookน่าอ่าน
#หนังสือขายดี
#หนังสือแนะนำ
#BookLover
#ThaiEbook
#KnowledgeIsPowe
วงจรทางประชากรศาสตร์ ขั้นตอนที่ ๒ (Demographic Cycle: Stage Two) หมายถึง ระยะที่สังคมกำลังเปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิมเข้าสู่สังคมอุตสาหกรรม โดยมีลักษณะสำคัญคือ อัตราการเกิดยังอยู่ในระดับสูง แต่อัตราการตายลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดการเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างรวดเร็ว หรือเรียกว่า ภาวะประชากรเพิ่มสูง (Population Explosion)
การเปลี่ยนแปลงในขั้นตอนนี้เกิดขึ้นจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้าน
ซึ่งช่วยลดอัตราการเสียชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มทารกและเด็ก แต่ในขณะเดียวกัน ค่านิยมเกี่ยวกับครอบครัวและการมีบุตรยังคงเหมือนสังคมดั้งเดิม ทำให้อัตราการเกิดยังสูงอยู่
ผลที่เกิดขึ้นคือ จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความสามารถของระบบเศรษฐกิจและสังคมที่จะรองรับได้
เป็นผลจาก
โดยเฉพาะการลดลงของอัตราการเสียชีวิตของเด็กทารก ทำให้ประชากรในวัยเด็กและวัยหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นอย่างมาก
แม้สังคมจะเริ่มเปลี่ยนแปลง แต่ค่านิยมเดิมเกี่ยวกับครอบครัวยังคงอยู่ เช่น
ดังนั้น เมื่อจำนวนประชากรหนุ่มสาวเพิ่มขึ้น จำนวนการเกิดใหม่ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เนื่องจาก
อัตราการเกิดสูง + อัตราการตายต่ำ = การเพิ่มประชากรอย่างรวดเร็ว
ทำให้โครงสร้างประชากรมีลักษณะเป็น
เรียกว่า โครงสร้างประชากรแบบวัยเยาว์ (Young Population Structure)
ขั้นตอนที่ ๒ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับการพัฒนาอุตสาหกรรม เพราะเทคโนโลยีเดียวกันที่ช่วยสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้อัตราการตายลดลง
ตัวอย่างเช่น
แต่ในช่วงแรกของการพัฒนา สังคมยังไม่สามารถปรับตัวด้าน
ได้ทันกับการเพิ่มขึ้นของประชากร
ขั้นตอนที่ ๒ เป็นช่วงที่หลายประเทศเผชิญแรงกดดันจากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัญหาสำคัญ ได้แก่
จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดความต้องการเพิ่มขึ้นในด้าน
หากเศรษฐกิจเติบโตไม่ทัน อาจเกิดปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ
เมื่อการศึกษาและการสื่อสารพัฒนาขึ้น ประชาชนจะเกิดความคาดหวังต่อชีวิตที่ดีขึ้น เช่น
แต่หากความสามารถของรัฐไม่สามารถตอบสนองได้ จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า
“ช่องว่างแห่งความไม่สมหวัง” (Gap of Frustration)
ซึ่งอาจนำไปสู่
ประเทศที่อยู่ในขั้นตอนที่ ๒ โดยเฉพาะรัฐเกิดใหม่หรือประเทศกำลังพัฒนา อาจเผชิญปัญหา ได้แก่
เช่น
สาเหตุสำคัญคือ รัฐไม่สามารถจัดหาทรัพยากรและบริการให้เพียงพอกับความต้องการของประชากร
เมื่อประชากรวัยหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เศรษฐกิจไม่สามารถสร้างงานได้เพียงพอ อาจเกิด
นักประชากรศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า
Youth Bulge
ซึ่งในบางกรณีอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่ความไม่สงบทางการเมือง
ประเทศที่มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจต้องพึ่งพา
ขณะเดียวกัน ความแตกต่างด้านระดับการพัฒนาระหว่างประเทศร่ำรวยกับประเทศกำลังพัฒนาอาจขยายกว้างขึ้น และกลายเป็นประเด็นทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ
เพื่อรับมือกับปัญหาในขั้นตอนที่ ๒ รัฐต่าง ๆ มักดำเนินนโยบาย เช่น
ส่งเสริมให้ครอบครัวมีจำนวนบุตรเหมาะสม
โดยเฉพาะการศึกษาของสตรี ซึ่งมีผลต่อ
เพื่อรองรับประชากรวัยทำงานที่เพิ่มขึ้น
เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำ
เมื่อสังคมพัฒนาเข้าสู่ระดับสูงขึ้น จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ได้แก่
ซึ่งนำไปสู่ Demographic Cycle: Stage Three (วงจรทางประชากรศาสตร์ ขั้นตอนที่ ๓)
Demographic Cycle: Stage Two (วงจรทางประชากรศาสตร์ ขั้นตอนที่ ๒) คือ ระยะที่ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอัตราการตายลดลงจากความก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุข ขณะที่อัตราการเกิดยังคงสูง ทำให้เกิดภาวะประชากรล้นประเทศและแรงกดดันต่อเศรษฐกิจ ทรัพยากร และการเมือง
ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อประเทศกำลังพัฒนา เพราะเป็นช่วงที่ประชากรวัยหนุ่มสาวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากรัฐสามารถสร้างงาน พัฒนาการศึกษา และบริหารทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชากรวัยหนุ่มสาวอาจกลายเป็น “พลังประชากร” (Demographic Dividend) ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่หากบริหารจัดการไม่ดี อาจนำไปสู่ความตึงเครียดทางสังคมและความไม่มั่นคงทางการเมือง
==================================
📚 สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์ทองใบ
คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ eBook
ได้ทันทีผ่านลิงก์ร้านขายหนังสือในMeb Market
หนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ทองใบ เรียบเรียงโดย
พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร อ่านง่าย ได้สาระ ค้นคว้าอ้างอิงได้
เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป
Hashtag แนะนำ
#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ
#Ebookไทย
#หนังสือดีบอกต่อ
#หนังสือออนไลน์
#MebMarket
#อ่านหนังสือ
#รักการอ่าน
#พัฒนาตนเอง
#ความรู้รอบตัว
#พระพุทธศาสนา
#ประวัติศาสตร์
#เศรษฐศาสตร์
#หนังสือวิชาการ
#หนังสือสารคดี
#Ebookน่าอ่าน
#หนังสือขายดี
#หนังสือแนะนำ
#BookLover
#ThaiEbook
#KnowledgeIsPowe
วงจรทางประชากรศาสตร์ ขั้นตอนที่ ๑ (Demographic Cycle: Stage One) หมายถึง ระยะเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านทางประชากรศาสตร์ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่สังคมจะเข้าสู่กระบวนการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยมีลักษณะสำคัญคือ อัตราการเกิดสูง (High Birth Rate) และ อัตราการตายสูง (High Death Rate) ทำให้จำนวนประชากรโดยรวมเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำและค่อนข้างคงที่
ในระยะนี้ สังคมส่วนใหญ่เป็น สังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม (Traditional Agricultural Society) ที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ การผลิตยังอาศัยแรงงานมนุษย์เป็นหลัก และยังไม่มีความก้าวหน้าทางการแพทย์และสาธารณสุขสมัยใหม่
ลักษณะสำคัญของประชากรในขั้นตอนนี้ ได้แก่
ตัวอย่างของสังคมในขั้นตอนนี้ ได้แก่
ปัจจุบัน สังคมมนุษย์แทบไม่มีประเทศใดอยู่ในขั้นตอนที่ ๑ อีกแล้ว เนื่องจากประเทศต่าง ๆ ได้ผ่านกระบวนการพัฒนาเข้าสู่ขั้นตอนที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และระบบสาธารณสุข
สังคมในระยะนี้มีจำนวนบุตรต่อครอบครัวสูง เนื่องจาก
นอกจากนี้ ครอบครัวมักมีบุตรจำนวนมากเพื่อทดแทนการสูญเสีย เนื่องจากเด็กจำนวนหนึ่งเสียชีวิตก่อนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่
สาเหตุสำคัญ ได้แก่
โดยเฉพาะอัตราการเสียชีวิตของทารกและเด็กเล็กอยู่ในระดับสูง
ประชากรในสังคมขั้นตอนที่ ๑ มีอายุขัยเฉลี่ยต่ำ เนื่องจากความเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ปัจจัยที่ส่งผล ได้แก่
สังคมในขั้นตอนที่ ๑ มีลักษณะสำคัญ ได้แก่
ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ผลผลิตส่วนใหญ่ใช้เพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน
ลักษณะสำคัญคือ
ระบบครอบครัวนิยมมีบุตรจำนวนมาก เพราะ
เนื่องจากสังคมมีค่านิยมเกี่ยวกับครอบครัวแบบดั้งเดิม จึงมักพบว่า
ในสังคมระยะนี้ สตรีมักมีสถานะทางสังคมต่ำกว่าบุรุษ
ลักษณะทั่วไป ได้แก่
ประชากรส่วนใหญ่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาน้อย ส่งผลให้
การศึกษาขั้นตอนที่ ๑ มีความสำคัญ เพราะช่วยให้เข้าใจรากฐานของการเปลี่ยนแปลงประชากรของมนุษย์ และอธิบายว่าเหตุใดสังคมจึงเปลี่ยนจากประชากรแบบดั้งเดิมเข้าสู่สังคมสมัยใหม่
ปัจจัยที่ทำให้ประเทศต่าง ๆ ก้าวออกจากขั้นตอนนี้ ได้แก่
เมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้น สังคมเริ่มเปลี่ยนจาก
เช่น
ทำให้อัตราการตายลดลงอย่างรวดเร็ว
เช่น
การศึกษาที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการศึกษาของสตรี ส่งผลต่อ
เมื่อประเทศเริ่มพัฒนาเข้าสู่สังคมอุตสาหกรรม จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ได้แก่
ซึ่งนำไปสู่ Demographic Cycle: Stage Two (วงจรทางประชากรศาสตร์ ขั้นตอนที่ ๒)
Demographic Cycle: Stage One (วงจรทางประชากรศาสตร์ ขั้นตอนที่ ๑) คือ ระยะก่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมของสังคมมนุษย์ ซึ่งมีลักษณะเด่นคืออัตราการเกิดและอัตราการตายสูง ทำให้อัตราการเพิ่มของประชากรอยู่ในระดับต่ำ ประชาชนมีอายุขัยเฉลี่ยสั้น มีอัตราการตายของทารกสูง และดำรงชีวิตในระบบเศรษฐกิจเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม
ขั้นตอนนี้สะท้อนสภาพสังคมก่อนความก้าวหน้าทางการแพทย์ การศึกษา และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปัจจุบันแทบไม่มีประเทศใดอยู่ในระยะนี้ เนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจ สาธารณสุข และความร่วมมือระหว่างประเทศได้ช่วยผลักดันให้สังคมต่าง ๆ ก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านทางประชากรศาสตร์ในระดับสูงขึ้น
=======================================
📚 สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์ทองใบ
คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ eBook
ได้ทันทีผ่านลิงก์ร้านขายหนังสือในMeb Market
หนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ทองใบ เรียบเรียงโดย
พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร อ่านง่าย ได้สาระ ค้นคว้าอ้างอิงได้
เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป
Hashtag แนะนำ
#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ
#Ebookไทย
#หนังสือดีบอกต่อ
#หนังสือออนไลน์
#MebMarket
#อ่านหนังสือ
#รักการอ่าน
#พัฒนาตนเอง
#ความรู้รอบตัว
#พระพุทธศาสนา
#ประวัติศาสตร์
#เศรษฐศาสตร์
#หนังสือวิชาการ
#หนังสือสารคดี
#Ebookน่าอ่าน
#หนังสือขายดี
#หนังสือแนะนำ
#BookLover
#ThaiEbook
#KnowledgeIsPowe
วงจรทางประชากรศาสตร์ (Demographic Cycle) หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงของประชากรในสังคมตามช่วงเวลาต่าง ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ อัตราการเกิด (Birth Rate) อัตราการตาย (Death Rate) และปัจจัยทางสังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลต่อขนาด โครงสร้าง และองค์ประกอบของประชากร
แนวคิดเรื่องวงจรทางประชากรศาสตร์มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ ทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านทางประชากร (Demographic Transition Theory) ซึ่งอธิบายว่า เมื่อสังคมมีการพัฒนาจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมอุตสาหกรรมและสังคมหลังอุตสาหกรรม รูปแบบการเกิดและการตายจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างเป็นลำดับ
โดยทั่วไป วงจรทางประชากรศาสตร์แบ่งออกเป็น ๓ ระยะสำคัญ ได้แก่
เป็นระยะเริ่มต้นของวงจรประชากรศาสตร์ ซึ่งพบในสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิม
ลักษณะสำคัญ ได้แก่
ในระยะนี้ แม้อัตราการเกิดจะสูง แต่การเสียชีวิตจากโรคระบาด ความอดอยาก สงคราม และการขาดระบบสาธารณสุข ทำให้จำนวนประชากรโดยรวมค่อนข้างคงที่
เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เกิดขึ้นเมื่อสังคมเริ่มพัฒนาเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม
ลักษณะสำคัญ ได้แก่
ผลที่เกิดขึ้นคือ การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากร (Population Explosion) หรือภาวะประชากรล้นประเทศ
ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
เป็นระยะที่สังคมมีการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตสูงขึ้น
ลักษณะสำคัญ ได้แก่
ในบางประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว อัตราการเกิดอาจต่ำกว่าระดับทดแทน (Below Replacement Level) ส่งผลให้จำนวนประชากรลดลง และเกิดปัญหาใหม่ เช่น
ในทางประวัติศาสตร์ วงจรทางประชากรศาสตร์มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ
ประสบการณ์ของประเทศอุตสาหกรรมแสดงให้เห็นว่า
ในช่วงแรกของการพัฒนาอุตสาหกรรม
แต่เมื่อประชาชนมีรายได้สูงขึ้น การศึกษาเพิ่มขึ้น และวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป จะส่งผลให้
ดังนั้น การพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาวจึงมักนำไปสู่การลดลงของอัตราการเกิด
วงจรทางประชากรศาสตร์มีความสำคัญต่อการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสังคม เพราะช่วยอธิบายแนวโน้มสำคัญ ได้แก่
ในศตวรรษที่ 20 โลกมีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก
ทำให้หลายประเทศต้องเผชิญกับปัญหา
ประเทศต่าง ๆ ไม่ได้มีปัญหาประชากรเหมือนกัน
ประเทศกำลังพัฒนามักเผชิญกับ
ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วเผชิญกับ
ความเข้าใจวงจรประชากรศาสตร์ช่วยให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบาย เช่น
ปัจจุบัน โลกกำลังเผชิญกับความแตกต่างทางประชากรศาสตร์ระหว่างภูมิภาค
มีแนวโน้ม
มีแนวโน้ม
ความแตกต่างดังกล่าวส่งผลต่อ
จากการศึกษาวงจรประชากรศาสตร์ นักประชากรศาสตร์และองค์การระหว่างประเทศสามารถใช้ข้อมูลเพื่อคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต เช่น
องค์การระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ จึงใช้ข้อมูลประชากรเพื่อกำหนดนโยบายเกี่ยวกับ
Demographic Cycle (วงจรทางประชากรศาสตร์) คือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงของประชากรที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเกิด อัตราการตาย และระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของสังคม โดยทั่วไปเริ่มจากสังคมก่อนอุตสาหกรรมที่มีอัตราเกิดและอัตราตายสูง ไปสู่ระยะประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่ระยะที่ประชากรมีเสถียรภาพหรืออาจลดลงในสังคมพัฒนาแล้ว
แนวคิดนี้มีความสำคัญต่อภูมิศาสตร์และประชากรศาสตร์ เพราะช่วยอธิบายการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ การจัดการทรัพยากร และการกำหนดนโยบายระดับชาติและระดับโลก โดยเฉพาะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งโลกกำลังเผชิญทั้งปัญหาประชากรเพิ่มสูงในบางภูมิภาค และปัญหาสังคมสูงวัยในอีกหลายภูมิภาค
===================================
📚 สนใจหนังสือของสำนักพิมพ์ทองใบ
คลิกดูรายละเอียดและสั่งซื้อ eBook
ได้ทันทีผ่านลิงก์ร้านขายหนังสือในMeb Market
หนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ทองใบ เรียบเรียงโดย
พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร อ่านง่าย ได้สาระ ค้นคว้าอ้างอิงได้
เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป
Hashtag แนะนำ
#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ
#Ebookไทย
#หนังสือดีบอกต่อ
#หนังสือออนไลน์
#MebMarket
#อ่านหนังสือ
#รักการอ่าน
#พัฒนาตนเอง
#ความรู้รอบตัว
#พระพุทธศาสนา
#ประวัติศาสตร์
#เศรษฐศาสตร์
#หนังสือวิชาการ
#หนังสือสารคดี
#Ebookน่าอ่าน
#หนังสือขายดี
#หนังสือแนะนำ
#BookLover
#ThaiEbook
#KnowledgeIsPoweA